Home
/
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพฟัน
/
ฟันโยก เกิดจากอะไร? สาเหตุโรคเหงือก โรคฟัน และอุบัติเหตุ
October 31, 2025

ฟันโยก เกิดจากอะไร? สาเหตุโรคเหงือก โรคฟัน และอุบัติเหตุ

ฟันโยก (Loose Tooth) คือ ภาวะที่ฟันมีการเคลื่อนไหวหรือขยับได้มากกว่าปกติเมื่อถูกแรงกระทำ ซึ่งแตกต่างจากฟันน้ำนมในเด็กที่โยกตามธรรมชาติเพื่อหลีกทางให้ฟันแท้ขึ้น แต่การที่ "ฟันแท้" โยก ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพช่องปากที่รุนแรง โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ ได้แก่ โรคเหงือก, โรคฟันอื่นๆ และอุบัติเหตุ

สาเหตุโรคเหงือกที่ทำให้ฟันโยก

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและอันตรายที่สุดของอาการฟันโยกในผู้ใหญ่ โดยมีลำดับความรุนแรงดังนี้:

  1. โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis): เป็นระยะเริ่มต้น เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (Plaque) และหินปูน (Tartar) ทำให้เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน ในระยะนี้ กระดูกรองรับฟัน (Alveolar Bone) ยังไม่ถูกทำลาย
  2. โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis): หากปล่อยให้ เหงือกอักเสบ โดยไม่รักษา จะลุกลามกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบ (หรือที่เรียกกันผิดๆ ว่า "รำมะนาด") การอักเสบจะเริ่มทำลายเนื้อเยื่อเหงือกและ กระดูกรองรับฟัน ที่ยึดเกาะฟันไว้ เมื่อกระดูกละลายตัวลง ฟันจะเริ่มไม่มีที่ยึดเกาะ และเกิดอาการโยกในที่สุด การ ขูดหินปูน และเกลารากฟัน (Root Planing) เป็นการรักษาที่จำเป็นเพื่อหยุดยั้งการลุกลามของโรคนี้

ฟันโยกจากฟันผุและโรคฟันอื่น ๆ

ฟันโยกจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน

การได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณใบหน้าและช่องปาก เช่น การหกล้ม อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือการเล่นกีฬาที่ปะทะกัน สามารถทำให้ฟันได้รับบาดเจ็บและโยกได้ทันที ซึ่งควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อประเมินและทำการยึดฟัน (Splinting) หากจำเป็น

ผลกระทบของฟันโยกต่อสุขภาพช่องปากโดยรวม

ฟันโยกไม่ได้หมายถึงการสูญเสียฟันซี่นั้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เช่น เคี้ยวอาหารลำบาก, ทำให้ฟันซี่ข้างเคียงล้มเอียง, การสบฟันผิดปกติ มากขึ้น, และหากเกิดจากการติดเชื้อ ก็อาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้

ฟันโยก

วิธีป้องกันและดูแลฟันให้แข็งแรงไม่โยก

  1. รักษาสุขอนามัยช่องปาก: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์
  2. พบทันตแพทย์เป็นประจำ: ควรไปตรวจสุขภาพฟันและ ขูดหินปูน ทุก 6 เดือน เพื่อกำจัดหินปูนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือก
  3. รักษาฟันผุแต่เนิ่นๆ: อย่าปล่อยให้ ฟันผุ ลุกลามจนต้อง รักษารากฟัน
  4. ใส่เฝือกสบฟัน (Night Guard): หากรู้ตัวว่านอนกัดฟัน
  5. ใส่อุปกรณ์ป้องกัน (Mouth Guard): เมื่อเล่นกีฬาที่เสี่ยงต่อการปะทะ

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

ฟันโยกต้องถอนฟันหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากฟันโยกจากอุบัติเหตุหรือ โรคปริทันต์อักเสบ ในระยะที่ไม่รุนแรงมาก ทันตแพทย์สามารถรักษาและยึดฟันไว้ได้ แต่หาก กระดูกรองรับฟัน ถูกทำลายไปมากจนไม่สามารถรักษาได้ ก็จำเป็นต้องถอน

ฟันโยกรักษาได้หรือไม่?
สามารถ "รักษาที่สาเหตุ" ได้ เช่น หากเกิดจากโรคเหงือก ก็ต้องรักษาโรคเหงือก หากเกิดจากฟันผุ ก็ต้อง รักษารากฟัน แม้ว่าการรักษาอาจไม่ทำให้ฟันกลับมาแน่นเหมือนเดิม 100% (หากกระดูกละลายไปแล้ว) แต่จะช่วยหยุดยั้งความเสียหายและเก็บฟันไว้ใช้งานต่อได้

อาการแบบไหนที่ฟันโยกต้องรีบรักษา?
ฟันโยกทุกกรณีควรพบทันตแพทย์ แต่ถ้าโยกมากจนเจ็บ, โยกหลังเกิดอุบัติเหตุ, หรือมีอาการบวม มีหนองร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

ฟันโยกในเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกันหรือไม่?
ต่างกันมาก ฟันโยกในเด็ก (ฟันน้ำนม) เป็นกระบวนการปกติ แต่ฟันโยกในผู้ใหญ่ (ฟันแท้) ถือเป็นภาวะผิดปกติและเป็นสัญญาณอันตรายเสมอ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ตรวจสอบโดย

หมอมีมี่ Anytooth
ทพญ. ศิริกาญจน์ ทองมีอาคม (หมอมีมี่)
Dr. Sirikarn Thongmeearkom
Esthetic & Implant Dentist
Invisalign Dentist
ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 2)
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Doctor of Dental Surgery (D.D.S.), Chulalongkorn University, Thailand (2nd class honors)
Master of Science (M.Sc.) in Esthetic Restorative and Implant Dentistry, Chulalongkorn University, Thailand
Preceptorship Program in Advance Implantology, UCLA School of Dentistry, USA
Certificate in Invisalign Accreditation

นัดหมายทันตแพทย์ Anytooth
ให้คำปรึกษาฟรี!

นัดหมายทำฟัน
หมอบิว Anytooth

ทพ.รัชชย ชยางศุ (หมอบิว)

Dr. Ratchaya Chayangsu
Esthetic & Implant Dentist