Home
/
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพฟัน
/
ขั้นตอนการทำฟันปลอมที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำ
April 29, 2025

ขั้นตอนการทำฟันปลอมที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำ

การใส่ฟันปลอมไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กลายเป็นทางออกสำคัญสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาสูญเสียฟัน ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการเคี้ยวอาหาร ออกเสียง และเสริมบุคลิกภาพอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุ โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุรุนแรง หรือการเสื่อมสภาพตามวัย การที่ฟันหลุดหรือถูกถอนไปโดยไม่มีการทดแทน อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด

ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารและระบบย่อย การสูญเสียฟันยังอาจทำให้เกิดการออกเสียงผิดเพี้ยน ใบหน้าเปลี่ยนรูป และความมั่นใจลดลง ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วยการเลือกใช้ฟันปลอมอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการใช้งาน สุขภาพช่องปาก และภาพลักษณ์โดยรวม บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของฟันปลอม เพื่อให้คุณเข้าใจในขั้นตอนการรักษามากขึ้น

ทำไมการทำฟันปลอมจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ?

เพื่อแก้ปัญหาการสูญเสียฟัน การทำฟันปลอมเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับทางทันตกรรมมาอย่างยาวนาน ฟันปลอมไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มช่องว่างในช่องปากที่หายไป แต่ยังช่วยคืนความสามารถในการเคี้ยวอาหารให้กลับมาใกล้เคียงปกติ ช่วยปรับปรุงการออกเสียง และยังช่วยรักษารูปหน้าให้ดูสมดุลมากขึ้น

 

นอกจากนี้เทคโนโลยีด้านทันตกรรมมีการพัฒนาไปมาก ทำให้ฟันปลอมมีหลายรูปแบบ และมี คุณภาพดีขึ้น คุณสามารถเลือกได้ทั้งแบบฟันปลอมถอดได้ และฟันปลอมแบบติดแน่น ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและเหมาะกับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล การเลือกฟันปลอมที่เหมาะสมจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของ ทันตแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ประเภทของฟันปลอมที่ต้องรู้ก่อนเลือกทำ

เมื่อพูดถึงการทำฟันปลอม หลายคนอาจไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะสมกับตนเอง ปัจจุบันฟันปลอมสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ฟันปลอมถอดได้ (Removable Dentures) และฟันปลอมติดแน่น (Fixed Dentures) ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติ ข้อดี-ข้อเสีย และการดูแลที่แตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจทำ คุณควรเข้าใจรายละเอียดของแต่ละประเภทให้ชัดเจนเพื่อเป็นตัวเลือกในการรักษาให้เหมาะกับช่องปากของตนเอง

 

ฟันปลอมถอดได้ (Removable Dentures)

ฟันปลอมถอดได้เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือทั้งปาก เนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างประหยัด สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่ายด้วยตนเอง และไม่ต้องผ่านกระบวนการผ่าตัด

ฟันปลอมถอดได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ฟันปลอมทั้งปาก เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมด ไม่เหลือฟันธรรมชาติเลย ฟันปลอมประเภทนี้ออกแบบให้พอดีกับเหงือกและขากรรไกร โดยใช้แรงดูดจากเหงือกเป็นหลักในการยึดให้อยู่กับที่

2. ฟันปลอมบางส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีฟันธรรมชาติหลงเหลืออยู่บางซี่ ฟันปลอมประเภทนี้มักมีโครงสร้างที่มีตะขอหรือคลิปโลหะเพื่อช่วยยึดติดกับฟันจริง ทำให้มั่นคงขึ้น

   

ฟันปลอมติดแน่น (Fixed Dentures)

ฟันปลอมติดแน่นเป็นตัวเลือกที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด ไม่ต้องถอดเข้าออกเหมือนฟันปลอมถอดได้ มีความแข็งแรงและมั่นคงสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องฟันปลอมหลุด

 

ฟันปลอมติดแน่นมีให้เลือก 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. สะพานฟัน (Dental Bridge) เป็นการใช้ฟันปลอมที่ยึดติดกับฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง โดยทันตแพทย์จะกรอฟันข้างเคียงให้เล็กลงเพื่อใช้เป็นหลักยึดสะพานฟันในลำดับต่อไป

2. รากฟันเทียม (Dental Implant) เป็นวิธีที่มีความแข็งแรงและให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด โดยการฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกร จากนั้นจึงติดตั้งครอบฟันไว้ด้านบน ทำให้สามารถใช้งานได้เหมือนฟันจริง

ข้อดีข้อเสีย ฟันปลอมถอดได้ VS ฟันปลอมติดแน่น

ฟันปลอมถอดได้ (Removable Dentures)

ข้อดี

ข้อเสีย

ฟันปลอมติดแน่น (Fixed Dentures)

ข้อดี

 ข้อเสีย

ควรเลือกฟันปลอมแบบไหนดี?

การเลือกฟันปลอมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น

ขั้นตอนการทำฟันปลอม

 การทำฟันปลอม เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดและความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ฟันปลอมที่ดีควรมีความกระชับ สวมใส่สบาย และสามารถใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งขั้นตอนในการทำฟันปลอมมีหลายขั้นตอนตั้งแต่การตรวจสุขภาพช่องปาก พิมพ์ฟัน ทดลองใส่ ไปจนถึงการติดตั้งและดูแลภายหลัง

 

1. ปรึกษาทันตแพทย์ (Consultation & Examination)

ก่อนเริ่มทำฟันปลอมจำเป็นต้องปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อทำการวางแผนการรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังทำฟันปลอม และตรวจสุขภาพช่องปากของคนไข้โดยละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าฟันปลอมที่ต้องการทำนั้นเหมาะสมกับช่องปาก สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2. พิมพ์ฟันและออกแบบฟันปลอม (Impression & Design)

หลังจากวางแผนการรักษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิมพ์ฟันเพื่อสร้างแบบจำลองของฟันปลอมให้เหมาะกับโครงสร้างช่องปากของคนไข้

 

3. ทดลองใส่ฟันปลอม (Try-in Stage)

ก่อนจะผลิตฟันปลอม คนไข้จะต้องทดลองใส่โมเดลฟันปลอมเพื่อเช็กความพอดี และปรับแต่งให้เข้ากับช่องปาก ทันตแพทย์จะให้คนไข้ลองใส่ฟันปลอมต้นแบบ เพื่อดูว่าพอดีกับเหงือกและขากรรไกรหรือไม่ รวมถึงทดสอบการสบฟัน และความสะดวกในการพูดและเคี้ยวอาหารก่อนผลิตตัวจริง หากพบว่าฟันปลอมยังไม่พอดีหรือมีจุดที่ต้องแก้ไข ทันตแพทย์จะปรับแต่งจนกว่าฟันปลอมจะเข้ากับช่องปากของคนไข้มากที่สุด

 

4. ผลิตฟันปลอมและใส่ให้คนไข้ (Fabrication & Final Fitting)

 เมื่อผ่านการทดลองใส่แล้ว ฟันปลอมจะถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่เลือก และติดตั้งให้กับคนไข้ ช่างทันตกรรมจะใช้แบบจำลองที่ได้จากการพิมพ์ฟัน มาสร้างฟันปลอมโดยใช้วัสดุที่เลือกไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า จากนั้นจึงเริ่มติดตั้งและปรับแต่งฟันปลอมให้เข้ากับช่องปาก โดยทันตแพทย์จะติดตั้งฟันปลอมให้กับคนไข้ พร้อมทั้งตรวจสอบความกระชับและความสบายในการใช้งาน หากมีจุดที่ต้องแก้ไขจะทำการปรับแต่งให้เหมาะสม เพื่อให้คนไข้ได้ฟันปลอมที่เหมาะสมกับช่องปากมากที่สุด

 

นอกจากนี้ คุณยังต้องเข้าใจถึงวิธีการดูแลรักษาฟันปลอมหลังติดตั้งเสร็จ เพื่อยืดระยะการใช้งาน และป้องกันไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการรักษา ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณ

 

วิธีดูแลฟันปลอมหลังทำเสร็จ

หลังจากที่คุณได้รับฟันปลอมแล้ว การดูแลรักษาให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้ฟันปลอมมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นแต่ยังช่วยให้สุขภาพช่องปากของคุณอยู่ในสภาพที่ดี ป้องกันปัญหาต่าง ๆ เช่น การระคายเคือง เหงือกอักเสบ หรือการสะสมของคราบแบคทีเรีย ที่จะตามมาภายหลัง

 

ฟันปลอมแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็น ฟันปลอมถอดได้ หรือฟันปลอมแบบติดแน่น ต่างก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนั้น การทำความสะอาด และการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสุขภาพฟันปลอมและสุขภาพของช่องปาก

 

1. วิธีทำความสะอาดฟันปลอม

ฟันปลอมแบบถอดได้: จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำ เนื่องจากคราบอาหารและแบคทีเรียสามารถสะสมอยู่บนผิวฟันปลอมและเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก

 ขั้นตอนการทำความสะอาดฟันปลอมถอดได้

  1. ถอดฟันปลอมออกหลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหาร
  2. ล้างฟันปลอมด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันปลอมเสียรูปทรง
  3. ใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาด และยาสีฟันสูตรอ่อนโยนหรือสบู่เหลวแทนยาสีฟันทั่วไป เพราะยาสีฟันบางชนิดมีสารกัดกร่อนที่อาจทำให้ฟันปลอมเป็นรอย
  4. แช่ฟันปลอมในน้ำยาฆ่าเชื้อ ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
  5. เช็ดให้แห้งก่อนใส่กลับเข้าไปในปาก และตรวจสอบว่าไม่มีเศษอาหารตกค้างก่อนใส่

 

 ข้อควรระวัง

 

ฟันปลอมติดแน่น: ฟันปลอมแบบติดแน่น เช่น สะพานฟัน หรือรากฟันเทียม สามารถทำความสะอาดได้เหมือนฟันธรรมชาติ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าถึงยาก

 

 ขั้นตอนการทำความสะอาดฟันปลอมติดแน่น

  1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและยาสีฟันที่ไม่มีสารกัดกร่อน
  2. ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน เพื่อทำความสะอาดบริเวณใต้สะพานฟันและซอกฟัน
  3. ใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นประจำ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดคราบพลัค
  4. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งมาก ๆ เช่น กระดูกแข็ง หรือถั่วที่เปลือกแข็ง เพราะอาจทำให้ฟันปลอมแตกหักได้

2. คำแนะนำในการใช้งานช่วงแรก

ฟันปลอมเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับช่องปากของคุณ ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มใช้งาน อาจมีอาการไม่สบายตัวหรือรู้สึกแปลกไปบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติไม่ต้องกังวล

 

 เคล็ดลับสำหรับการปรับตัวในช่วงแรก

 

 ข้อห้ามที่ควรระวัง

  

3. การเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็ก

แม้ว่าฟันปลอมจะช่วยให้คุณกลับมายิ้มและใช้งานฟันได้ตามปกติ แต่ก็ต้องได้รับการตรวจเช็กเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ายังสามารถใช้งานได้ดี และไม่มีปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ ตามมา

 

ช่วงเวลาที่ควรพบทันตแพทย์

 

ในบางกรณีฟันปลอมอาจมีการเสื่อมสภาพหรือหลวมเมื่อใช้งานไปนาน ๆ การพบทันตแพทย์จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น คุณควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ และมีเครื่องมีการรักษาครบครัน เพื่อให้ตลอดการเข้ารับบริการคุณจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

อยากทำฟันปลอมเลือกคลินิกไหนดี?

Anytooth คลินิกทันตกรรม สุขสวัสดิ์ เราใส่ใจในทุกรายละเอียดของการทำฟันปลอม ตั้งแต่การประเมินโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง การเลือกใช้วัสดุคุณภาพระดับสากล ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาเป็นกันเอง สามารถแบ่งจ่ายได้ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า จะได้รับฟันปลอมที่พอดี ใช้งานได้จริง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคุณในระยะยาว

ติดตามข่าวสารและบริการเพิ่มเติมจาก Anytooth ได้ที่นี่

จองคิวปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางที่ Anytooth

ช่องทางการติดต่อ

Tel. 087-112-8888

Line ID: @anytooth

บทความนี้ตรวจสอบโดย

หมอมีมี่ Anytooth
ทพญ. ศิริกาญจน์ ทองมีอาคม (หมอมีมี่)
Dr. Sirikarn Thongmeearkom
Esthetic & Implant Dentist
Invisalign Dentist
ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 2)
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Doctor of Dental Surgery (D.D.S.), Chulalongkorn University, Thailand (2nd class honors)
Master of Science (M.Sc.) in Esthetic Restorative and Implant Dentistry, Chulalongkorn University, Thailand
Preceptorship Program in Advance Implantology, UCLA School of Dentistry, USA
Certificate in Invisalign Accreditation

นัดหมายทันตแพทย์ Anytooth
ให้คำปรึกษาฟรี!

นัดหมายทำฟัน
หมอบิว Anytooth

ทพ.รัชชย ชยางศุ (หมอบิว)

Dr. Ratchaya Chayangsu
Esthetic & Implant Dentist