Home
/
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพฟัน
/
รู้ทันความเสี่ยง! พฤติกรรมไหนทำให้ เหงือกอักเสบ หนักขึ้น
October 30, 2025

รู้ทันความเสี่ยง! พฤติกรรมไหนทำให้ เหงือกอักเสบ หนักขึ้น

เหงือกอักเสบคืออะไร?

เหงือกอักเสบ (Gingivitis) คือ การอักเสบของเหงือกซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่รอบตัวฟัน ถือเป็นระยะเริ่มต้นของ "โรคปริทันต์" (Periodontal Disease) หรือที่หลายคนเรียกรวมๆ ว่า โรคเหงือก สาเหตุหลักเกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวๆ ที่เต็มไปด้วยแบคทีเรีย เกาะอยู่ตามผิวฟันและซอกเหงือก หากปล่อยทิ้งไว้ คราบนี้จะระคายเคืองเหงือก ทำให้เกิดการอักเสบ เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกตามไรฟัน

ข่าวดีคือ เหงือกอักเสบในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ และเหงือกจะกลับมามีสุขภาพดีดังเดิม หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

สาเหตุและพฤติกรรมที่ทำให้เหงือกอักเสบ

สาเหตุพื้นฐานคือคราบจุลินทรีย์ แต่มี "พฤติกรรมเสี่ยง" หลายอย่างที่กระตุ้นให้สถานการณ์แย่ลง หรือทำให้เหงือกอักเสบได้ง่ายขึ้น ดังนี้:

  1. การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันไม่ถูกวิธี:
    • นี่คือสาเหตุหลักและพฤติกรรมเสี่ยงอันดับหนึ่ง การแปรงฟันถูกวิธีนั้นสำคัญมาก การแปรงฟันไม่สะอาด หรือการ "ไม่ใช้ไหมขัดฟัน" ทำให้คราบจุลินทรีย์สะสมในซอกฟันและร่องเหงือก เมื่อนานวันเข้า คราบนี้จะแข็งตัวเป็น "หินปูน" (Tartar) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี และแปรงสีฟันไม่สามารถกำจัดออกได้ (จำเป็นต้องขูดหินปูนออกเท่านั้น)
  2. การสูบบุหรี่:
    • บุหรี่และยาสูบทุกชนิด เป็นปัจจัยเสี่ยงที่รุนแรงที่สุด สารพิษในบุหรี่จะลดเลือดที่ไปเลี้ยงเหงือก ทำให้เหงือกอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย และที่สำคัญคือ "บดบังอาการ" (เช่น เหงือกอาจไม่ค่อยมีเลือดออก แม้ว่าจะอักเสบ) ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังทำให้กระบวนการซ่อมแซมของเหงือกแย่ลงด้วย
  3. การรับประทานอาหาร:
    • การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งสูงเป็นประจำ จะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้แบคทีเรียในช่องปากเติบโตและสร้างกรดมาทำลายฟันและเหงือก ซึ่งอาจนำไปสู่กลิ่นปาก
  4. ความเครียด:
    • ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอและต่อสู้กับการติดเชื้อ (รวมถึงการอักเสบที่เหงือก) ได้น้อยลง
  5. การละเลยการตรวจสุขภาพฟัน:
    • การไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กและ "ขูดหินปูน" เป็นประจำ (ทุก 6 เดือน - 1 ปี) ทำให้หินปูนสะสมจนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคถาวร

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่พฤติกรรมโดยตรง):

เหงือกอักเสบ

ข้อควรรู้/สัญญาณเตือน

คุณอาจกำลังมีภาวะเหงือกอักเสบ หากมีอาการเหล่านี้:

วิธีป้องกันและดูแลเหงือก

การป้องกันคือหัวใจสำคัญ และทำได้ง่ายกว่าการรักษา สำหรับคนไข้ที่ถามว่า เหงือกอักเสบ ทำยังไง? วิธีรักษาเหงือกอักเสบ ที่ดีที่สุดคือการป้องกัน:

  1. สุขอนามัยช่องปากที่สมบูรณ์แบบ:
    • แปรงฟัน: อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เรียนรู้การแปรงฟันถูกวิธี (เช่น ขยับแปรงเบาๆ บริเวณร่องเหงือก) และใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม
    • ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss): "จำเป็นต้องทำ" อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ในซอกฟันที่แปรงเข้าไม่ถึง
  2. พบทันตแพทย์เป็นประจำ:
    • ไปขูดหินปูนและตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน ถึง 1 ปี
  3. งดสูบบุหรี่: เป็นการลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: ลดของหวาน เพิ่มผักและผลไม้

เทคนิคปรับพฤติกรรมลดเสี่ยง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เหงือกอักเสบมีอาการอย่างไร?อาการหลักคือ เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกง่าย ( เลือดออกตามไรฟัน ) โดยเฉพาะเวลาแปรงฟัน อาจมีกลิ่นปากร่วมด้วย

เหงือกอักเสบอันตรายหรือไม่?ตัวมันเองในระยะแรก (Gingivitis) ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ "อันตราย" เพราะหากไม่รักษา มันจะพัฒนากลายเป็น โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) ซึ่งเป็นโรคเหงือกที่รุนแรงขึ้น มีการทำลายกระดูกรอบรากฟัน ทำให้เหงือกร่น ฟันโยก และอาจต้องถอนฟันในที่สุด

พฤติกรรมเสี่ยงมีอะไรบ้าง?ที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลความสะอาดช่องปากไม่ดี (แปรงฟันไม่ทั่วถึง, ไม่ใช้ไหมขัดฟัน) และ การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องอาหาร ความเครียด และการไม่ไปขูดหินปูน

วิธีป้องกันเหงือกอักเสบทำอย่างไร?แปรงฟันให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง (เรียนรู้การแปรงฟันถูกวิธี), "ใช้ไหมขัดฟัน" ทุกวัน, งดสูบบุหรี่, และไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนทุก 6 เดือน

เมื่อไหร่ควรไปพบทันตแพทย์?ควรไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟันเป็นประจำ หรือเหงือกบวมแดงไม่หายไป

เหงือกอักเสบสามารถรักษาเองที่บ้านได้ไหม?ได้ (ในระยะเริ่มต้น) หากเหงือกอักเสบนั้นเกิดจากคราบจุลินทรีย์เพียงอย่างเดียว การปรับพฤติกรรมการแปรงฟันและเริ่มใช้ไหมขัดฟันอย่างจริงจังทุกวัน (นี่คือวิธีรักษาเหงือกอักเสบเบื้องต้น) อาการอักเสบและเลือดออกจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปใน 1-2 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาเหงือกอักเสบ แต่อย่างใด แต่ถ้ามี "หินปูน" แล้ว จำเป็นต้องให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนออกเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ตรวจสอบโดย

หมอมีมี่ Anytooth
ทพญ. ศิริกาญจน์ ทองมีอาคม (หมอมีมี่)
Dr. Sirikarn Thongmeearkom
Esthetic & Implant Dentist
Invisalign Dentist
ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 2)
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Doctor of Dental Surgery (D.D.S.), Chulalongkorn University, Thailand (2nd class honors)
Master of Science (M.Sc.) in Esthetic Restorative and Implant Dentistry, Chulalongkorn University, Thailand
Preceptorship Program in Advance Implantology, UCLA School of Dentistry, USA
Certificate in Invisalign Accreditation

นัดหมายทันตแพทย์ Anytooth
ให้คำปรึกษาฟรี!

นัดหมายทำฟัน
หมอบิว Anytooth

ทพ.รัชชย ชยางศุ (หมอบิว)

Dr. Ratchaya Chayangsu
Esthetic & Implant Dentist